เส้นทางของเสียง — จำแนกตามจังหวัด · Notes of a Journey on the Upper Mekong, Siam (H. Warington Smyth, 2438)

Sound Map from Notes of a Journey on the Upper Mekong, Siam

◈ คลิกที่จุดบนแผนที่เพื่อดูรายละเอียดเสียงทั้งหมดของจังหวัดนั้น

เกี่ยวกับภูมิทัศน์เสียง (Soundscape)

"บันทึกจากพยานผู้ได้ยินเหตุการณ์" (earwitness accounts) จากวรรณกรรมและนิทานปรัมปรา รวมถึงบันทึกทางมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ สำหรับการจำแนกรูปแบบของภูมิทัศน์เสียง Schafer ได้จำแนกไว้ 3 ประเภท คือ

  1. เสียงพื้นหลังหลัก (Keynote sounds) คือเสียงที่พื้นที่หนึ่งๆ ได้ยินอย่างต่อเนื่องหรือบ่อยครั้งมากพอจนกลายเป็นฉากหลัง ตัวอย่างเช่น เสียงทะเลสำหรับชุมชนชาวเรือ เสียงเครื่องยนต์สันดาปภายในสำหรับเมืองยุคใหม่ หรือเสียงแมลงหรือสัตว์ในป่า เป็นต้น เสียงพื้นหลังหลักมักไม่ถูกรับรู้อย่างจงใจ แต่ทำหน้าที่เป็นตัวปรับสภาพการรับรู้ต่อสัญญาณเสียงอื่นๆ จึงมักถูกเปรียบเทียบกับ "พื้น" (ground) ในการจัดกลุ่มแบบรูป-พื้น (figure-ground) ของการรับรู้ทางสายตา
  2. เสียงสัญญาณ (Sound Signals) เสียงที่มีความตั้งใจจะสื่อสารและต้องการให้ผู้คนฟังอย่างตั้งใจ เช่น เสียงกระดิ่ง เสียงระฆัง เสียงสัญญาณเตือน
  3. เสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ (Soundmark) มีที่มาจากคำว่า landmark (จุดสังเกตหรือสถานที่สำคัญ) โดยใช้เรียกเสียงของชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะตัว หรือมีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้คนในชุมชนนั้นให้ความสำคัญหรือสังเกตเห็นเป็นพิเศษ
"แคน" (The Lao Reed Organ): หมุดหมายเสียงแห่งอัตลักษณ์และภูมิปัญญา

เสียงแคนถือเป็นหมุดหมายเสียง (Soundmark) ที่สำคัญที่สุดของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-ลาวในลุ่มน้ำโขงตอนบน สมิธประทับใจเสียงแคนมากถึงขั้นเขียนแยกไว้เป็นบทหนึ่งต่างหากในหนังสือ ชื่อ "Note on the Kan" อธิบายทั้งกลไกการเกิดเสียงและการเทียบเสียงกับดนตรีสากลอย่างละเอียด

กลไกเสียง — แคนทำจากท่อไม้ไผ่คู่ขนานกัน ภายในมี "ลิ้นโลหะ" ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ ผู้เล่นสามารถเป่าลมเข้าและดูดลมออกสลับกันได้ ทำให้เกิดเสียงกังวานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักหายใจ ซึ่งสมิธมองว่าเป็นระบบเชิงกลที่ชาญฉลาดมาก

สุนทรียภาพ — สมิธยกย่องว่าแคนมี "ความหวานของโทนเสียงอย่างน่าอัศจรรย์" (sweetness of tones) ระดับเสียงขึ้นอยู่กับความยาวของลำแคน เช่น แคนห้าศอกอยู่ในคีย์ G ส่วนแคนสี่ศอกอยู่ในคีย์ D นักดนตรีพื้นถิ่นนิยมเล่นเพลงในบันไดเสียงไมเนอร์ ให้ความรู้สึกโหยหวนไพเราะแบบที่หูชาวตะวันตกต้องใช้เวลาปรับตัว

พรมแดนวัฒนธรรม — สมิธใช้เสียงแคนเป็นเครื่องมือแบ่งพรมแดนทางวัฒนธรรม โดยพบว่าเมื่อออกจากเขตวัฒนธรรมลาวเข้าสู่เมืองน่าน เสียงแคนจะหายไปอย่างสิ้นเชิง ถูกแทนที่ด้วยเสียงขลุ่ยไม้ไผ่แทน ส่วนในสยามตอนล่างจะพบแคนได้เฉพาะในชุมชนชาวลาวที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานเท่านั้น

ดูแผนภาพแคนต้นฉบับจากบท "Note on the Kan" ได้ที่จุดหนองคายบนแผนที่ด้านล่าง

แผนที่ภาคเหนือ-อีสานตอนบนของไทยและลาว
กรุงเทพฯ
นครสวรรค์
อุตรดิตถ์
น่าน
เชียงราย
หลวงพระบาง
หนองคาย
นครราชสีมา
Keynote Signals Soundmarks นอกเขตประเทศไทย (ลาว) แม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา/น่าน เส้นทางเดินทาง
คลิกจุดใดจุดหนึ่งบนแผนที่เพื่อดูรายการเสียงทั้งหมดที่บันทึกไว้ในจังหวัดนั้น
Herbert Warington Smyth, Notes of a Journey on the Upper Mekong, Siam (1895) · ธ.ค. 2435 – พ.ค. 2436 Rare Books Collection, TAIC · Chula DigiVerse